โดยไม่มีการเจาะจงถึงข้อมูลรากฐานเชื้อสายของผู้แทนพวกนี้

จากข้อมูลทางสถิติข้างต้นเมื่อไม่มีผู้แทนหญิงเป็นประธานคณะกรรมการโครงข่ายป่าชุมชนระดับจังหวัด ก็เลยส่งผลทำให้ส่วนประกอบของคณะกรรมการป่าชุมชนประจำจังหวัดนั้นมีเพียงแค่ประธานโครงข่ายชุมชนจังหวัดที่เป็นเพศชายเพียงแค่นั้น โดยไม่มีการเจาะจงถึงข้อมูลรากฐานเชื้อสายของผู้แทนพวกนี้ ดังนี้จังหวะสำหรับการเข้าไปมีหน้าที่ในคณะกรรมการป่าชุมชนระดับจังหวัดของหญิงมีอยู่ที่การไปสมัครเพื่อเข้ารับการเลือกเฟ้นในตำแหน่งผู้ทรงคุณวุฒิที่มาจากผู้แทนคณะกรรมการจัดแจงป่าชุมชนในแต่ละจังหวัด ซึ่งมีปริมาณหญิงในรูปร่างที่น้อยกว่าเพศชาย ก็เลยทำให้ช่องทางที่สตรีจะได้รับการเลือกเฟ้นไปสู่กลไกการตัดสินใจระดับจังหวัดมีน้อย หรือบางทีอาจสมัครในรูปร่างผู้ทรงคุณวุฒิจากผู้แทนหน่วยงานภาคประชาชนสังคม ซึ่งขั้นตอนนี้ก็มีข้อท้ามากอาทิเช่น ถ้าเป็นผู้แทนที่มาจากหน่วยงานภาคประชาชนสังคมควรจะมีหน่วยงานการันตีที่เขียนแจ้งกับกรมป่าไม้ แล้วก็พิสูจน์ความเหมาะสมตามคุณลักษณะ ฯลฯ ทำให้ไม่ค่อยมีหญิงยื่นเอกสารสำหรับสมัคร แม้ว่าจะตื่นตัวและก็พอใจกันอยู่

ในส่วนของคณะกรรมการแนวทางป่าชุมชนระดับประเทศ หากแม้ผู้แทนประธานโครงข่ายป่าชุมชนระดับจังหวัดจะสามารถได้รับการคัดสรรให้เข้าไปอยู่ในคณะกรรมการแนวทางป่าชุมชนระดับประเทศได้ โดยมีที่นั่งไม่เกิน 4 ท่าน แต่ว่าภายใต้เหตุการณ์ที่หญิงนั้นยังเข้าไม่ถึงการเป็นผู้แทนระดับจังหวัด ก็เลยทำให้เป็นได้ยากที่จะมองเห็นผู้แทนหญิงได้มีที่นั่งเพื่อ พรีเซ็นท์ความนึกคิดที่นานัปการและก็ร่วมการตัดสินใจในกลไกแนวทางระดับประเทศด้วยตัวเอง

ในระดับปฏิบัติงานในพื้นที่เป็นที่แจ่มแจ้งรวมทั้งสารภาพกันโดยปกติว่าสตรีมีหน้าที่สำคัญในงานป่าชุมชนไม่น้อยกว่าเพศชาย สตรีร่วมกิจกรรมป่าชุมชนอย่างขมีขมันแล้วก็มีการขอคำแนะนำในสมาคมสตรีเมื่อจำเป็นต้องทำกิจกรรมด้วยกันเพศชาย ยกตัวอย่างเช่น กิจกรรมบรรพชาป่า ตั้งเวลาปลูกป่า ทำแนวกันไฟ อื่นๆอีกมากมาย สตรีมีความเข้าใจเกี่ยวกับป่าจากวิถีการดำรงชีวิตทุกวันโดยยิ่งไปกว่านั้นแหล่งของกินจากป่า แล้วก็ภาวะพื้นที่ในป่า บ่งบอกถึงถึงการเป็นอย่างยิ่งสำคัญสำหรับในการดูแลจัดแจงป่าชุมชน แต่ว่าหน้าที่ที่เป็นทางการ ดังเช่น การประสานงานกับหน่วยงานรัฐบาลในฐานะผู้แทนของชุมชน รวมทั้งการเป็นผู้แทนของโครงข่ายป่าชุมชนระดับจังหวัดนั้น เพศหญิงมักถูกจำกัดด้วยวัฒนธรรมขนบธรรมเนียมที่มีมาแม้กระนั้นเริ่มแรกที่กำหนดให้หน้าที่หลักของเพศหญิงนั้นเกิดเรื่องครอบครัว ส่วนเพศชายมีหน้าที่นอกบ้าน นำมาซึ่งการทำให้พื้นที่ของหญิงนั้นถูกจำกัดอยู่ที่งานเบื้องหน้าเบื้องหลังในชุมชน สาเหตุจากข้อกำหนดสำหรับเพื่อการเดินทาง แล้วก็ข้อกำหนดสำหรับเพื่อการปฏิบัติงานร่วมกับคนต่างเพศ นอกเหนือจากนี้องค์ประกอบการปกครองตามระบบเมือง ที่จะมอบหน้าที่การติดต่อประสานงานกับเจ้าหน้าที่รัฐไว้ที่ผู้ใหญ่บ้านซึ่งส่วนใหญ่แล้วจะเป็นเพศชาย หน้าที่นี้ก็เลยสร้างความน่าไว้ใจให้แก่เพศชายมากยิ่งกว่าหญิง ซึ่งรวมทั้งเรื่องป่าชุมชนด้วย